วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทุกข์ของชาวนาในบทกวี


ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

ผู้แต่ง : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
 
 
ประวัติผู้แต่ง :สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงเป็นพระราชธิดา ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตโดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นผู้ถวายพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดากิติวัฒนาดุลโสภาคย์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรง พระปรีชาสามารถ ในด้านต่างๆ ด้านภาษาและวรรณคดี ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมร้อยแก้ว ร้อยกรอง และงานแปล งานพระราชนิพนธ์ที่รู้จักแพร่หลาย ได้แก่ ย่ำแดนมังกร แก้วจอมซน ดั่งดวงแก้ว เป็นต้น
ลักษณะคำประพันธ์ : ร้อยแก้ว  ประเภทบทความ
ความเป็นมา : ทุกข์ของชาวนาในบทกวี  มีที่มาจากหนังสือรวมบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  เรื่อง  มณีพลอยร้อยแสงซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดพิมพ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2533  ในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ  โดยนิสิตคณะอักษรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  รุ่นที่ 41 พระราชนิพนธ์นั้นแสดงให้เห็นแนวพระราชดำริเกี่ยวกับบทกวีของไทยและจีนที่กล่าวถึงชีวิตและความทุกข์ของชาวนาที่มีสภาพชีวิตไม่ได้แตกต่างกันนัก
จุดมุ่งหมายในการแต่ง : เพื่อแสดงพระราชดำริเกี่ยวกับบทกวีของไทยและบทกวีจีนซึ่งกล่าวถึงชีวิตและความทุกข์ของชาวนา

ข้อคิดที่ได้รับ    
                1. ทำให้เข้าใจความรู้สึกของชาวนาที่ต้องประสบปัญหาต่างๆ
                2. ทำให้ได้เห็นถึงคุณค่าของข้าวที่ได้รับประทานเป็นอาหารหลักในการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์
                3. ทำให้ได้รู้ถึงความทุกข์ยากความลำบากของชาวนาในการปลูกข้าว
วิเคราะห์ ประเมินค่าคำประพันธ์ “ทุกข์ของชาวนาในบทกวี” 
         
 ทุกข์ของชาวนาในบทกวี  นับเป็นตัวอย่างอันดีของบทความที่สามารถยึดถือเป็นแบบอย่างได้  ด้วยแสดงให้เห็นแนวความคิดชัดเจน  ลำดับเรื่องราวเข้าใจง่าย  และมีส่วนประกอบของงานเขียนประเภทบทความอย่างครบถ้วน  คือ
          -ส่วนนำ  กล่าวถึงบทกวีของจิตร  ภูมิศักดิ์  ที่ทรงได้ยินได้ฟังมาในอดีตมาประกอบในการเขียนบทความ
          -เนื้อเรื่อง  วิจารณ์เกี่ยวกับกลวิธีการนำเสนอบทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์  และองหลี่เชิน  โดยทรงยกเหตุผลต่าง ๆ และทรงแสดงทัศนะประกอบ 
 และมีส่วนประกอบของงานเขียนประเภทบทความอย่างครบถ้วน เนื้อเรื่องวิจารณ์เกี่ยวกับกลวิธีการนำเสนอบทกวี ของจิตร ภูมิศักดิ์  และองหลี่เชิน  โดย ทรงยกเหตุผลต่าง ๆ และทรงแสดงทัศนะประกอบ  สำหรับกลวิธีการอธิบายนั้นให้ความรู้เชิง วรรณคดีเปรียบเทียบแก่ผู้อ่าน โดยทรงใช้การเปรียบเทียบการนำเสนอของบทกวีไทยและบทกวีจีนว่า เทคนิคในการเขียนของหลี่เชินกับของจิตรต่างกันคือหลี่เชินบรรยายภาพที่เห็น เหมือนจิตรกรวาดภาพให้คนชม ส่วนจิตรใช้วิธีเสมือนกับนำชาวนามาบรรยายเรื่องของตนให้ผู้อ่านฟังด้วยตนเอง
           พระราชนิพนธ์  เรื่อง  ทุกข์ของชาวนาในบทกวี  แสดงให้เห็นถึงความเข้าพระทัยและเอาพระทัยใส่ในปัญหาการดำรงชีวิตของชาวนาไทย  ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงพระเมตตาอันเปี่ยมล้นของพระองค์ที่ทรงมีต่อชาวนาผู้มีอาชีพปลูกข้าวเป็นหลัก  เริ่มชีวิตและการทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ  ทำงานแบบหลังสู้ฟ้า  หน้าสู้ดิน  ตลอดทั้งปี  ดังนั้นในฐานะผู้บริโภค  จึงควรสำนึกในคุณค่าและความหมายของชาวนาที่ปลูก "ข้าว" อันเป็นอาหารหลักเพื่อการมีชีวิตอยู่รอดของคนไทย




วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มงคลสูตรคำฉันท์

มงคลสูตรคำฉันท์


 อเสวนา จ พาลานํ     ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา
ปูชา จ ปูชนียานํ      เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ
                 หนึ่งคือบ่คบพาลเพราะจะพาประพฤติผิด
                        หนึ่งคบกะบัณฑิตเพราะจะพาประสพผล
                   หนึ่งกราบและบูชาอภิบูชะนีย์ชน
                       ข้อนี้แหละมงคลอดิเรกอุดมดี
วิเคราะห์เนื้อหา
           ไม่ควรคบคนชั่วเพราะจะชักจูงเราไปในทางที่ผิด พาให้เราประพฤติชั่วไปด้วย  ควรคบคนดีมีความรู้เพราะจะนำเราไปสู่ความสำเร็จเพื่อรักษาความดีของตนเองไว้  และควรบูชาคนดี  การคบคนหรือการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง เริ่มตั้งแต่การหลีกเลี่ยงจากคนพาล การสมาคมกับคนดี  ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับทุกคน เนื่องจากการที่เราคบคนเช่นใด โอกาสที่จะทำให้เรากลายเป็นคนเช่นนั้นหรือมีพฤติกรรมที่คล้ายกับคนที่เราคบนั้นมีอยู่มาก


   
                                             ทานญฺจ ธมฺมจริยา จ       ญาตกานญฺจ สงฺคโห 
                                   อนวชฺชานิ กมฺมานิ          เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ
                                   ให้ทาน ณ กาลควร      และประพฤติสุธรรมศรี
                                   อีกสงเคราะห์ญาติที่     ปฏิบัติบำเรอตน
                                   กอบกรรมะอันไร้          ทุษะกลั้วและมัวมล
                                   ข้อนี้แหละมงคล          อดิเรกอุดมดี

วิเคราะห์เนื้อหา

              รู้จักให้ทาน การให้ทาน หมายถึง การให้, การแบ่งปัน, การเสียสละ, การเอื้อเฟื้อ การให้ทานด้วยจิตใจที่ดีงาม มุ่งเพื่อบูชาพระคุณ การให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน ให้สิ่งดี สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เป็นการให้ที่ให้อย่างสุขใจและหวังให้คนอื่นพ้นทุกข์ มึความสุขกับสิ่งที่ได้รับ ให้รู้จักช่วยเหลือญาติพี่น้อง เพื่อน ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่ตนจะทำได้  ทำแต่ความดีด้วยใจที่เป็นกุศล หวังดีต่อผู้อื่น  มีสัมมาอาชีพ




                                    คารโว จ นิวาโต จ         สนฺตุฏฐิ จ กตญฺญุตา
                                    กาเลน ธมฺมสฺสวนํ          เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ
                                     เคารพ ณ ผู้ควร           จะประณตและนอบศีร์
                                     อีกหนึ่งมิได้มี              จะกระด้างและจองหอง
                                     ยินดี ณ ของตน           บ่ มิโลภทะยานปอง
                                     อีกรู้คุณาของ              นรผู้ประคองตน
                                     ฟังธรรมะโดยกา-          ละเจริญคุณานนท์
                                     ข้อนี้แหละมงคล           อดิเรกอุดมดี
วิเคราะห์เนื้อหา
              ให้ความเคารพผู้ควรเคารพ ความเคารพ คือ ความตระหนักซาบซึ้งรู้ถึงคุณความดีที่มีอยู่จริงของบุคคลอื่น ยอมรับนับถือความดีของเขาด้วยใจจริง แล้วแสดงความนับถือต่อผู้นั้นด้วยการแสดงความอ่อนน้อม อ่อนโยน อย่างเหมาะสมทั้งต่อหน้าและลับหลัง สิ่งที่ควรเคารพอย่างยิ่งในโลกนี้มีคน สัตว์ สิ่งของ เหตุการณ์ การงาน และอีกมากมายจนนับไม่ถ้วนที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา ให้เราไม่เย่อหยิ่ง จองหอง  มีความพอใจในสิ่งที่ตนมี ไม่โลภไม่ทะเยอทะยานอยากได้ของๆคนอื่น  มีความกตัญญูรู้คุณ ทดแทนบุญคุญพ่อแม่ รู้จักตอบแทนผู้อื่น  และรู้จักฟังธรรมในโอกาสอันควร




วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง

          ในระบอบประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง คือเสียงสวรรค์ควรยึดตามเสียงส่วนใหญ่เป็นหลัก เพื่อเป็นการฟังความคิดเห็นของทุกๆฝ่าย ในประเทศไทยนั้นก็มีการปกครองแบบประชาธิปไตยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นข้อยุติ เมื่อเสียงส่วนใหญ่คิดเห็นอย่างไรเสียงส่วนน้อยก็ควรยอมรับ
          คนเรานั้นมีหลายความคิดเป็นไปไม่ได้ที่คนทุกคนจะมีความคิดเห็นเหมือนกันไปหมดทุกเรื่อง เราจึงยึดเสียงส่วนมากเป็นหลักแต่ก็ไม่จำเป็นว่าเสียงส่วนมากจะถูกต้องเสมอไปต้องคำนึงถึงสิ่งอื่นด้วย เช่น คำนึงถึงกฎหมาย ศีลธรรม เหตุผล การตัดสินใจการแสดงความคิดเห็นของคนเรานั้นในพระพุทธศาสนาเรียกว่าอธิปไตย ๓ คือ ตัดสินใจโดยยึดผลประโยชน์ตัวเองเป็นใหญ่ เรียกว่า อัตตาธิปไตย ตัดสินใจไปตามกระแสส่วนใหญ่ว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน เรียกว่าโลกาธิปไตย ตัดสินใจไปตามเหตุตามผลยึดความถูกต้องชอบธรรมเป็นหลัก เรียกว่า ธรรมาธิปไตย ถ้าเสียงส่วนใหญ่มีการตัดสินใจอย่างธรรมาธิปไตยก็ถือว่าเป็นเสียงที่ถูกต้องอย่างแท้จริง สมเหตุสมผลที่จะให้เสียงส่วนน้อยยอมรับแต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่มีการตัดสินใจแบบอัตตาธิปไตยก็ถือว่าเป็นการเห็นแก่ตัว อาจไม่ถูกต้องตามเหตุผลและไม่เป็นที่ยอมรับกับเสียงส่วนน้อย ถ้าเสียงส่วนใหญ่มีการตัดสินใจแบบโลกาธิปไตย ก็ดููเหมือนเป็นการตัดสินใจแบบไม่คำนึงถึงเหตุผลคนอื่นว่าอย่างไรก็ว่าไปตามเขาซึ่งสิ่งที่คนอื่นคิดอาจเป็นสิ่งที่ผิดถ้าเราเลือกยึดเสียงส่วนใหญ่แบบผิดๆก็จะก่อให้เกิดผลเสียแก่ตัวเราและบ้านเมืองได้ ดังคำกล่าวที่ว่า "กฎทุกกฎย่อมมีข้อยกเว้น" เสียงส่วนใหญ่ก็เช่นกัน เช่น เสียงส่วนใหญ่ของโจรย่อมใช้ไม่ได้ เพราะในความเป็นจริง โจรก็ยังเป็นคนส่วนน้อยในสังคม และการที่เสียงส่วนใหญ่อาจไม่ได้ถูกต้องเสมอไปนั้นเห็นได้ง่ายจากการเลือกตั้ง ตัวเลขเสียงข้างมากจากหีบเลือกตั้งไม่สามารถบอกได้ว่ารัฐบาลจะมีความชอบธรรมที่จะทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้หรืออะไรก็ได้จากเสียงข้างมากที่เลือก ส.ส.มาแต่อย่างใดเราแค่ใช้หลักเสียงข้างมากเป็นจุดเริ่มต้นในการเลือกสิ่งๆหนึ่งเท่านั้น การตัดสินใจเช่นว่านี้ เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากตัดสินถูกก็ดีไป ถ้าตัดสินผิดก็อาจเกิดความเสื่อมความพินาศทุกอย่างทุกประการ การที่จะตัดสินใจผิดหรือตัดสินใจถูก ก็อยู่ที่ความเป็นคนดี มีปัญญา คือ มีคุณธรรม และมีความรู้ความเข้าใจ เฉลียวฉลาด สามารถในการคิด
            เสียงส่วนใหญ่ตัดสินความจริงไม่ได้ เราเอาเสียงส่วนใหญ่มาตัดสินความต้องการเท่านั้น คือบอกว่าต้องการอย่างไร ในแง่นี้สามารถบอกได้ว่า ประชาชนต้องการอะไร แล้วมีมติเป็นที่ตกลงกันว่าต้องการอย่างนี้ ซึ่งรวมความ ปัญหาอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรจะให้ความต้องการที่ว่าต้องการอย่างไรนั้นไปประสานกับความมุ่งหมายที่ดี โดยมีสติปัญญาที่รู้เข้าใจว่า อะไรเป็นความจริง ความถูกต้อง แล้วตัวประโยชน์แท้ที่ควรจะเลือก คือ ต้องให้ความต้องการนั้นไปตรงกับความจริง ความถูกต้องและความเป็นประโยชน์ที่แท้จริง มิฉะนั้นความต้องการนั้นก็ผิด
            การแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นสิ่งที่ดี เราควรใช้สิทธิ์ของตนเองในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นและเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น ถึงแม้ว่าจะยึดหลักเสียงส่วนใหญ่เป็นหลักแต่ก็ไม่ควรละเลยเสียงส่วนน้อย เพราะเสียงส่วนใหญ่ตัดสินความจริงไม่ได้ อันนี้เป็นหลักธรรมดา เราใช้เสียงส่วนใหญ่ตัดสินใจ ไม่ใช่ตัดสินความจริง ถ้าเอาเสียงข้างมากมาตัดสินความจริงก็เป็นไปไม่ได้